ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก





จุรินทร์-นิพนธ์ ลุยไต้ ประกันรายได้เกษตรกรเดินหน้าล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนต่างปาล์มงวดต่อไปโอนให้อีก 16 มิ.ย.นี้แล้ว




นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร     ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนิน โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามัน ปี 2562 - 2563 ณ หอประชุมโรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล


นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องที่หนึ่ง พวกเราอาจจะติดปากหรืออาจจะเข้าใจยังไม่ชัดแจ้งครบถ้วนคือนโยบายของเราคือประกันรายได้เกษตรกร ไม่ใช่การประกันราคา โดยรัฐบาลประกันรายได้ให้และราคานั้นขึ้นกับกลไกตลาดมี 2 ตัวเป็นตัวกำหนด ตัวที่หนึ่งผลผลิต ตัวที่สองความต้องการซื้อในตลาด ถ้าเมื่อใดผลผลิตเยอะความต้องการซื้อน้อยราคาก็น่าจะตกเพราะของมันเหลือ แต่ถ้าเมื่อใดผลผลิตน้อยแต่คนต้องการเยอะราคาก็จะสูงเพราะของไม่พอคนแย่งกันซื้อนี่คือกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม ปาล์ม ยาง ข้าว พืชเกษตรทุกตัวก็เหมือนกัน วันนี้ยางผลผลิตเยอะคนต้องการใช้ โรงงานยางรถยนตร์ โรงงานปิโตรเคมีความต้องการน้อยช่วงโควิดคนไม่ค่อยใช้รถ ไม่ค่อยใช้ยางรถยนต์ยิ่งทำให้อย่างราคาตก ไม่ว่ารัฐบาลประเทศไหนก็สั่งให้ราคายางขึ้นลงไม่ได้ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด และถ้ารัฐบาลไปประกันราคาว่าจะบังคับให้ยางได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาทจะขัดหลักองค์การการค้าโลก WTO ซึ่งเราเป็นภาคีอยู่ทุกประเทศเช่นนั้นทำไม่ได้ ถ้าทำก็ผิดจะเป็นปัญหาถูกฟ้องร้อง






นายจุรินทร์ กล่าวว่า สิ่งเดียวที่รัฐบาลจะทำได้ก็คือการให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด แต่รัฐบาลนี้เราดำเนินการการประกันรายได้ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ เงื่อนไขเพื่อช่วยเกษตรกร คือ ถ้าประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลจะต้องรับนโยบายประกันรายได้ของประชาธิปัตย์ด้วย และนโยบายนี้ตนก็แถลงกับรัฐสภาแล้วถือเป็นข้อผูกพันที่จะต้องดำเนินการตลอดอายุรัฐบาล


ที่ท่านถามว่าจะทำต่อไหม จะทำไปอีกนานเท่าไร ตอบตรงนี้เลยว่าจะทำไปตราบเท่าที่รัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อมีประกันรายได้แล้วรัฐบาลจะปล่อยปละละเลย แต่เรามาตรการเสริมคู่ขนานมาด้วย เช่น ปาล์มเมื่อราคาตกเราจะพยายามช่วยดึงเงินกระเป๋าซ้ายของพี่น้องให้เพิ่มมากขึ้นและถ้าเกิน 4 บาทยิ่งดีเพราะพี่น้องจะได้มากกว่า 4 บาท มาตรการเสริมขึ้นมาเพื่อดึงราคาปาล์มให้ดีขึ้น เช่น มีมติคณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันอังคารชัดเจนแล้วจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มผมไปนั่งประชุมอยู่ด้วย กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้องรับซื้อน้ำมันปาล์มไปทำไฟฟ้า 37,500 ตัน เป็นมติแล้ว ถ้าครบเมื่อไรราคาปาล์มยังไม่ถึง 4 บาทก็จะซื้ออีก 100,000 ตันเป็นนโยบาย" นายจุรินทร์ กล่าว







เรื่องที่สอง คือ การป้องกันโรงหีบเอาเปรียบเกษตรกร ตนมอบท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ประชุมทุกฝ่ายแล้วกำหนดราคาเป้าหมายนำ เพราะเราไม่มีกฎหมายบังคับว่าโรงหีบจะต้องซื้อปาล์มสดกิโลกรัมละเท่าไร แต่ให้เป็นไปตามกลไกตลาดแต่เรามีราคาเป้าหมายนำโดยทำเป็นตารางราคา ถ้าราคาน้ำมันปาล์มขวดละ 42 บาทจะทอนมาเป็นน้ำมันปาล์มดิบกิโลกรัมละเท่าไร และถ้าน้ำมันปาล์มดิบกิโลกรัมละเท่านี้จะเป็นผลปาล์มที่ต้องรับซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละเท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้ชาวสวนขายไม่ได้ตามราคาที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่มา โดยกระทรวงพาณิชย์กำหนดตารางราคานี้มาแล้วและส่งให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ใช้เป็นราคาอ้างอิงและบังคับว่าลานเทต้องปิดราคารับซื้อผลปาล์มดิบที่น้ำมัน 18% ในราคากิโลกรัมละเท่าไร ตามมาตรฐานและให้ปิดราคารับซื้อตอนเช้า ถ้ารู้ตั้งแต่ต้นจะได้รู้ว่าวันนี้ควรตัดหรือไม่ควรตัด ราคาเท่าไร อย่างน้อยเกษตรกรก็ได้มีหลักประกันให้เกิดความรู้ความเข้าใจ


นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการอื่นๆก็จะช่วยเสริม เช่น นโยบายที่บังคับให้รัฐบาลใช้ บี 10 เป็นมาตรการบังคับ จะต้องมีทุกปั๊มน้ำมัน เพื่อส่งผลให้ดูดซับส่วนเกินจากปาล์มเข้าสู่ระบบพลังงานและจะมีผลดึงราคาปาล์มไม่ให้ตกไปกว่านี้หรือดีขึ้นแล้วแต่สถานการณ์ รวมทั้งการที่ให้ติดมิเตอร์ที่แทงค์น้ำมันปาล์ม เพื่อเช็คสต๊อกโดยแจ้งปริมาณคาดเคลื่อนไม่ได้ แต่ยังทำไม่เสร็จเพราะสำนักงบฯเอางบประมาณกลับคืนไปและเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้ ได้หารือในที่ประชุมครม.ทางครม.ก็สั่งการว่าให้เอาคืนจึงต้องใช้เวลาเพื่อจัดหามิเตอร์ที่จะวัดแทงค์สต๊อกของน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าและเอามาเติมในสต๊อกและวัดตัวเลขไม่ได้ซึ่งจะส่งผลให้ราคาตก


ด้าน ยางพารา ข้าว ก็เช่นเดียวกัน ตนได้พูดกับนายกรัฐมนตรี วันประชุมคณะกรรมการนโยบายยางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาขอให้การยางรีบดำเนินการปรับตัวเลขเงินสงเคราะห์ยางจากใครโค่นยางปลูกพืชชนิดอื่นได้ไร่ละ 16,000 บาท อาจไม่พอ ไม่จูงใจ ถ้าเติมเป็น 18,000-20,000 ตามสภาพที่ควรจะเป็น อาจจะได้ผลจะได้ปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นที่มีอนาคตเข้ามาแซมและทำรายได้ และประกันรายได้ยางพาราเดินหน้าต่อล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนข้าวนั้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 จะนั่งเป็นประธานเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำยุทธศาสตร์ข้าว เพื่อกำหนดทิศทางว่าต่อไปนี้การปลูกข้าวของประเทศเราจะไม่ใช้การผลิตนำการตลาด ราคาตกเป็นอย่างไรก็ตามยถากรรม แต่ต่อไปนี้จะใช้ "การตลาด นำการผลิต" ตลาดต้องการทางไหนแบบไหนจะต้องไปปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ทำการค้นคว้าวิจัยกำหนดทิศทางว่าต่อไปนี้เราจะทำข้าวกี่ชนิด เป็นยุทธศาสตร์ภายใน 3 ปีข้างหน้าเพื่อเตรียมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรมข้าวและกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้เราปลูกข้าวที่มีอนาคต เป็นที่ต้องการโดยเฉพาะข้าวพื้นนุ่มที่โลกต้องการ ประเทศไทยก็ต้องการ แทนที่เราจะไปปลูกพืชแข่งที่ผลิตมาราคาก็ตก








สำหรับส่วนต่างประกันรายได้ปาล์ม งวดถัดไปจะจ่ายวันที่ 16 มิถุนายน 2563 และจะจ่ายอีก 2 งวดเพราะปาล์มจ่ายทั้งหมด 9 งวด โดยได้จ่ายมาแล้ว 6 งวดเหลือ3 งวด ซึ่งงวดที่ 7 จะเป็นวันที่ 16 มิถุนายน งวดที่ 8 วันที่ 16 กรกฎาคม งวดที่ 9 วันที่ 14 สิงหาคม 2563 หลังจากนั้นจะเริ่มฤดูกาลผลิตใหม่


พวกผมได้ขับเคลื่อนนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งประระชาชนเห็นว่า เป็นประโยชน์และอยากเห็นเดินหน้าต่อไป นี่เป็นสิ่งที่ตรงกับใจผมตราบเท่าที่เรายังมีโอกาสได้บริหารราชการแผ่นดิน นโยบายนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องเดินหน้าต่อไปและในอนาคตเราก็จะต้องปรับปรุงพัฒนานโยบายเพื่อยังประโยชน์ให้กับประเทศและเกษตรกรเพิ่มเติมต่อไปเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน เมื่อถึงเวลาและการอันสมควรที่จะเรียนให้พวกเราได้รับทราบ" นายจุรินทร์ กล่าว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ถือหุ้นประจำปี สุทธิเกียรติ   จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ   บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน)   เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563   จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย   จิราธิวัฒน์        (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี   วิเชียร   เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ   กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี          เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ   จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต   สิงหเสนี   (ซ้ายสุด)   เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน    ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1.         นรชิต     สิงหเสนี      ...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
กสิกรไทยส่งคลิปภาคต่อ สร้างความรู้สึกดีๆ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ทำให้คนไทยไม่เคยทิ้งกัน             ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยคลิปภาคต่อ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ถ่ายทอดเรื่องจริงจากเจ้าของธุรกิจในช่วงเวลาที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด -19 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่จากการ “ให้” และการ “ไม่รับ” ทำให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน ช่วยต่อธุรกิจ และต่อลมหายใจให้กับทุกคน             ภาพยนตร์โฆษณา นี้สร้างจากเรื่องจริงของลูกค้าส่วนหนึ่งจากลูกค้านับแสนรายที่ธนาคารฯ ได้พบระหว่างดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ในโครงการ “สินเชื่อ 0 % เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจทุกคน แม้ในยามยากลำบากยังมีคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต โดยได้ถ่ายทอดเรื่องจริงของเจ้าของธุรกิจ 2 บริษัทที่ต้องพาธุรกิจและพนักงานฝ่าวิกฤตโควิ...