สํานักงาน
กสทช. จับมือ รพ.ศิริราช หัวเว่ย ดําเนินโครงการนําร่องรถอัจฉริยะไร้คนขับ
เพื่อยกระดับการแพทย์ของประเทศไทยสู่ยุค 5G เพื่อพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบ
โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)
เพื่อยกระดับการแพทย์ของประเทศไทยสู่ยุค 5G เพื่อพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบ
โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)
บรรยายภาพ -
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ (ที่ 3 จากซ้าย)
เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กสทช.) ร่วมกับ นายอาเบล เติ้ง (ที่ 4 จากซ้าย)
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
ส่งมอบรถอัจฉริยะไร้คนขับ โดยเทคโนโลยี 5G ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช
เพื่อใช้ใน “โครงการนําร่องรถอัจฉริยะไร้คนขับ ยกระดับการแพทย์ไทยสู่ยุค 5G”
เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
โดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากบริษัท หัวเว่ยฯ
สำหรับนำร่องใช้ในการขนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อลดการสัมผัส
และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยมี ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์
วัฒนาภา (ที่ 2 จากซ้าย) คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ (ที่ 1
จากซ้าย) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เป็นผู้รับมอบ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์
เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 มิ.ย. 2563) สํานักงาน กสทช.
ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด จัดทํา
“โครงการนําร่องรถอัจฉริยะไร้คนขับ ยกระดับการแพทย์ไทยสู่ยุค 5G” โดยนําร่องใช้ในโรงพยาบาลศิริราชเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
ซึ่งทางโรงพยาบาลนํามาใช้ในการขนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ลดการสัมผัส
และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากบริษัท
หัวเว่ยฯ ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสําเร็จจะนําไปต่อยอดในการใช้งานด้านอื่น
และโรงพยาบาลอื่นๆ ในประเทศต่อไป
โครงการนําร่องทดลองใช้รถอัจฉริยะไร้คนขับยกระดับการแพทย์ไทยสู่ยุค
5G นี้
เป็นการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในการขับเคลื่อนด้านการแพทย์
การสาธารณสุข โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาแทนมนุษย์ในการส่งของถึงมือผู้รับได้
โดยสามารถวิ่งในเส้นทางที่ซับซ้อนภายในบริเวณโรงพยาบาล มีความปลอดภัยในการใช้งาน
อํานวยความสะดวกให้กับผู้รับและผู้ส่ง ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
เป็นการแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ สามารถบริหารจัดสรรบุคลากรและเวลาเพื่อตรวจรักษาดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น
และต่อไปจะมีการนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น
เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ หรือ Smart Hospital
นายฐากร กล่าวว่า
ก่อนหน้านี้สํานักงาน กสทช. ได้มีการให้บริการแพทย์ทางไกลใช้ 5G เชื่อมโยงการให้บริการรักษาจาก
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.)
กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในจังหวัดเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยนําร่อง 4 โรค ได้แก่ โรคตา
โรคผิวหนัง โรคความดัน และโรคเบาหวาน
พร้อมขยายระบบการให้บริการแพทย์ทางไกลไปให้บริการผู้ต้องขังในเรือนจําโดยความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์
เริ่มต้นที่เรือนจํากลางเขาบิน และเรือนจํากลางราชบุรี จังหวัดราชบุรี
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลให้กับประชาชนที่อยู่ในชนบท
นักโทษในเรือนจํา ที่เข้าถึงการรักษาได้ลําบากต้องใช้เวลาในการเดินทางมาพบแพทย์หากเป็นการรักษาแบบปกติ
ซึ่งโครงการที่สํานักงาน กสทช. ดําเนินการก่อนหน้านี้ ในวันนี้และในวันข้างหน้า
เป็นการต่อยอดผลักดันใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ให้เกิดกับประเทศชาติและประชาชน
“ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเพราะเราจัดให้มีการประมูล
5G สําเร็จ และเป็นผู้นําในการนํา 5G มาให้บริการเป็นลําดับต้นๆ
ในอาเซียน สํานักงานฯ เล็งเห็นถึงข้อได้เปรียบนี้
รวมถึงความสําคัญในการนําเทคโนโลยี 5G มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ในทุกภาค
ส่วนให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านต่างๆ ให้กับประชาชนในประเทศ
เพื่อทําให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการแข่งขันกับนานาประเทศ
เพื่อความพร้อมในการเข้าสู่สังคมยุคใหม่ที่มีการนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในชีวิตประจําวัน
การทํางาน และกระบวนการผลิตต่างๆ มากขึ้น” เลขาธิการ กสทช. กล่าว
ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า
“จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล
และบุคลากรทางการแพทย์ ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างสมเหตุสมผล
และมีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม
ซึ่งโรงพยาบาลศิริราชให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมให้เกิดการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและนำมาพัฒนางานทางการแพทย์ได้อย่างเป็นองค์รวม
รถอัจฉริยะไร้คนขับโดยเทคโนโลยี 5G จากโครงการนำร่องในครั้งนี้จะนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในระบบโลจิสติกส์กลางของโรงพยาบาล
โดยช่วงเริ่มต้นจะใช้ในการขนส่งยา เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่ในงานด้านการขนส่ง
ซึ่งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
และเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับบริการทางการแพทย์ไทยได้ในระยะยาว”
นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท
หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
หัวเว่ยรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอย่างต่อเนื่อง
รถอัจฉริยะไร้คนขับดังกล่าว สามารถช่วยรับส่งเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลศิริราช
ด้วยเทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ย จะช่วยเร่งบริการทางการแพทย์ให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้นและไปสู่ยุคดิจิทัล
นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยี 5G ในแวดวงสาธารณสุขยังสามารถจุดประกายธุรกิจภาคอื่นๆ
ให้หันมาสนใจในประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G และสำรวจการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ
ของเทคโนโลยีนี้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยี 5G จะเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย ในด้านต่างๆ ต่อไป”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น