ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก





CHANGE The World รสนา โตสิตระกูล
มติ“ยืมใช้คงรูป”ไม่ต้องรายงานในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน คือการเปิดช่องลอดครั้งใหญ่ให้การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง ใช่หรือไม่?
ข่าวระบุว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ที่รัฐสภา นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการชี้แจงการยืมนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นการยืมใช้คงรูป จึงไม่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า การให้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสป้องกันการทุจริต และจะเป็นเครื่องมือหรือมาตรการเสริมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะคนที่จะกระทำการทุจริตนั้นต้องการทรัพย์สินเงินทองเป็นหลักนั้น
ดิฉันได้สอบถามขอความรู้เกี่ยวกับหลักการของกฎหมายกรณีนี้จากอาจารย์กฎหมายผู้ใหญ่ระดับศาสตราจารย์พิเศษท่านหนึ่ง ท่านให้ความรู้ดิฉันว่า“การยืมนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.ยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงิน กู้ยืมเงิน และ2.ยืมใช้คงรูป เช่น ยืมรถ ยืมนาฬิกา การยืมทั้งสองประเภทนี้ ผู้ยืมมีฐานะเป็นลูกหนี้ของผู้ให้ยืม มีหน้าที่ต้องส่งคืนทรัพย์สินที่ยืมให้แก่ผู้ให้ยืมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ถ้าเป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงิน หรือกู้ยืมเงิน ก็ไม่จำต้องคืนด้วยธนบัตรเดิมที่ยืม สามารถใช้ธนบัตรใหม่ก็ได้
แต่ถ้าเป็นการยืมใช้คงรูป ต้องใช้คืนด้วยของเดิมที่ยืม เช่น ยืมนาฬิกา ต้องคืนด้วยนาฬิกาเรือนเดิมที่ยืม กฎหมายป.ป.ช.ทั้งฉบับไม่มีเขียนตรงไหนว่ายืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงินหรือกู้ยืมเงินเท่านั้นที่ต้องแสดง เมื่อกฎหมายไม่ได้เขียนไว้เช่นนี้ การยืม ไม่ว่าจะเป็นยืมใช้สิ้นเปลืองหรือยืมใช้คงรูปจึงต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
การที่ป.ป.ช.มีมติว่ายืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงในบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินนอกจากจะไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วยังเป็นช่องทางให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ได้ทรัพย์สินมาโดยทุจริตหรือคอร์รัปชันอ้างว่าทรัพย์สินที่ตนมีอยู่เป็นทรัพย์สินที่ยืมมาเพื่อให้ตนพ้นผิด
คำวินิจฉัยของป.ป.ช.เท่ากับส่งเสริมให้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากกว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน การทำลายหลักการที่ถูกต้องเพื่อช่วยคนเพียงคนเดียวให้พ้นผิดนั้นมีข้อพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่”




หลักการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง ป.ป.ช ใช้การเปรียบเทียบรายการทรัพย์สินและหนี้สินตอนขาเข้ารับตำแหน่ง และเมื่อพ้นตำแหน่งครบ30วัน และพ้นตำแหน่งครบ 1ปี การตรวจสอบวิธีดังกล่าวไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่นักการเมืองที่มีตำแหน่งมีทรัพย์สินโป่งขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่งจะไม่มีการตรวจสอบ การตรวจสอบจะทำได้แค่เปรียบเทียบว่าทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อขาเข้า และขาออกจากตำแหน่งเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่เท่านั้น การพบการทุจริตรับสินบนของนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงมักมาจากผู้รู้เบาะแสที่อยู่วงในชี้ช่องทรัพย์สินที่มีอยู่จริงของบุคคลนั้น ที่แตกต่างจากรายงานทรัพย์สินหนี้สินที่อยู่ในรายงาน จึงจะมีการตรวจสอบ
ยิ่งกว่านั้น เมื่อป.ป.ช ได้มีระเบียบใหม่ว่ารัฐมนตรีที่เคยอยู่ในรัฐบาลคสช.พ้นตำแหน่งแล้วไม่ต้องรายงานทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะเหตุได้มาเป็นรัฐมนตรีต่อในรัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลคสช.อยู่มา5ปี หากรัฐบาลปัจจุบันอยู่ครบวาระ4ปี เท่ากับรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในรัฐบาลทั้งสอง รวมเวลาถึง 9 ปี ที่ไม่ต้องรายงานบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ซึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่องที่ยาวนานเกินไป เป็นการให้เวลานักการเมืองที่ดำรงตำแหน่ง ไม่ต้องรีบร้อนจัดการทรัพย์สินในระหว่างดำรงตำแหน่ง และประชาชนไม่มีข้อมูลรายงานทรัพย์สิน และหนี้สินมาตรวจสอบ ใช่หรือไม่
ปัจจุบันนักการเมืองที่ไม่สุจริตย่อมมีวิธีซ่อนเงินสดส่วนใหญ่ที่ได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชันในหลากหลายวิธี เพราะหากมีการโอนเงินผ่านธนาคารให้แก่กันย่อมถูกตรวจสอบเส้นทางเงินได้ง่าย ดังนั้นเงินสด หากไม่นำไปฝากในธนาคารต่างประเทศ ในเกาะฟอกเงินต่างๆในชื่อญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือคนรับใช้ เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบ ก็จะแปรเงินสดเป็นของมีค่าที่ไม่มีทะเบียน เช่น ซื้อทองคำ เพชร พลอย นาฬิกาหรู วัตถุโบราณ พระเครื่อง เป็นต้น เก็บซ่อนไว้ ซึ่งหนีการตรวจสอบได้ง่ายกว่า เวลาถูกตรวจค้น ก็อ้างว่ายืมผู้อื่นมา
ยิ่งมีมติป.ป.ช.ที่ว่ายืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้นเท่ากับป.ป.ช หาช่องทางออกให้รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้เงินมาจากการทุจริตคอร์รัปชัน จะถูกตรวจสอบพบได้ยากขึ้น ใช่หรือไม่
การทุจริตคอร์รัปชันก็จะเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง จึงต้องถามว่ามติดังกล่าวของป.ป.ช เป็นการเอื้อ และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น มากกว่าเป็นมติที่ช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ใช่หรือไม่
มติป.ป.ช.เป็นการดำเนินการทางปกครอง ย่อมทบทวนและเพิกถอนหรือแก้ไขได้หากไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นธรรม และมีผลเสียยิ่งกว่าผลดี จึงขอเรียกร้องให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช ได้โปรดทบทวนมติดังกล่าวเสียใหม่
รสนา โตสิตระกูล
11 มิ.ย 2563

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวคอลเล็คชั่น Power of Giving ปีที่ 6 ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์ New Normal ประเดิมด้วย 5 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ             ครึ่งปีหลังการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส โลกที่เคยหมุนเร็วแทบหยุดนิ่ง บุคลากรทางการแพทย์คือนักสู้ชุดขาวผู้อยู่แนวหน้าของการต่อสู้ครั้งนี้ และเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด การปรับเปลี่ยนวิถีปฏิบัติดั้งเดิมไปสู่ “ความปกติใหม่” หรือ New Normal ทำให้หลายอย่างกลายมาเป็นของใช้จำเป็นสำหรับชีวิตในช่วงโควิด -19 พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด -19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในทุก ๆ ด้าน นำมาซึ่งการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เป็นเสมือนหน่วยบัญชาการและนักรบแนวหน้าในการรักษาผู้ติดเชื้อ ยับยั้งการแพร่ระบาด ไปจนถึงการพยายามคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อโรคใหม่นี้ให้ได้   “หกเดือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ยากลำบากของทุกคน โคโรน่าไวรัสนับเป็นการแพร่ระบาดครั้งรุนแรงที่สุดในป...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
TIP  เพิ่มศักยภาพการดูแลลูกค้า เปิดโครงการ “ Unlock Thailand: Tele Doctor against COVID-19  ”  นำนวัตกรรมพบแพทย์ออนไลน์ ตรวจสอบการติดเชื้อโควิด-19 ผ่านแอปพลิเคชัน  Doctor Anywhere  ฟรี 100,000 ราย ในยุคที่คนไทยต้องอยู่กับความวิตกกังวลกับไวรัสโควิด-19  ทิพยประกันภัย ผู้นำทางด้านดิจิทัลอินชัวรันส์ห่วงใยลูกค้า จึงแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ “ Unlock Thailand: Tele Doctor against COVID-19”  นำ นวัตกรรมพบแพทย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน  Doctor Anywhere   ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์ ตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฟรี จำนวน  100,000  ราย สะดวกรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ  ตอบโจทย์รูปแบบการดำเนินชีวิตแบบ  New Normal  สำหรับลูกค้าทิพยประกันภัย (ประกันภัยทุกประเภท) สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ขอใช้บริการ ผ่านทาง  http://register.tipinsure.com/RegisterCovid19/doctor_anywhere  และ  Line Official Account :   Dhipaya Insurance  ...