ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ก้าวสำคัญของ "เอ็กโซติค ฟู้ด" กับการเป็นบริษัทอาหารรายแรกของไทย ที่ได้รับรอง Carbon Neutrality ในปี 2026


 

ก้าวสำคัญของ "เอ็กโซติค ฟู้ด" กับการเป็นบริษัทอาหารรายแรกของไทย

ที่ได้รับรอง Carbon Neutrality ในปี 2026

 


 

 “เอ็กโซติค ฟู้ดผู้นำส่งออกซอสปรุงรสและเครื่องแกงไทย ปักหมุดเป็นองค์กรยั่งยืน ประกาศความสำเร็จคว้ามาตรฐานสากล ISO 14068-1:2023 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO (MASCI) เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมอาหารไทย เดินหน้าขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG มุ่งสร้างความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารไทย พร้อมก้าวเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

 

นางสาววาสนา จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสโลกที่กดดันให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอ็กโซติค ฟู้ด วางยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดรับกับนโยบายระดับสากลและเป้าหมายของประเทศไทย โดยวางหมุดหมายสำคัญไว้ 2 ระยะหลัก ได้แก่ บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2040 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2050

 

ตลาดหลักของเอ็กโซติค ฟู้ดคือ ยุโรป ซึ่งมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมาก เราไม่สามารถตั้งเป้าหมายไว้ลอย ๆ ได้ แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นสากล ได้รับความน่าเชื่อถือสูง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ บริษัทฯจึงเลือกนำมาตรฐาน ISO 14068-1:2023 มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน และพิสูจน์ให้คู่ค้าทั่วโลกเห็นว่า Pathway ของเอ็กโซติค ฟู้ดมีความจริงจังและลงมือทำจริงในทุกขั้นตอน ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใบเบิกทางที่ช่วยให้องค์กรอยู่รอด เติบโต และได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระดับสากล"

 

ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญ เพราะต้องคำนวณข้อมูลปีฐานใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมและแหล่งปล่อยคาร์บอนภายในโรงงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามเกณฑ์ ISO และหลังจาก Kick-off นโยบายคาร์บอน บริษัทฯ ได้จัดโปรแกรมฝึกอบรม เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารและพนักงานผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในการจัดเก็บสถิติอย่างเป็นระบบ ก่อนจะผ่านกระบวนการตรวจประเมินล่วงหน้า และได้รับการทวนสอบจริงโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

นอกจากนี้ เอ็กโซติค ฟู้ด ยังได้เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการสำคัญ เช่น ติดตั้งระบบพลังพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงงานสาขาอมตะซิตี้ ระยอง และอยู่ระหว่างขยายการติดตั้งไปยังโรงงานวัตถุดิบใน จ.พิษณุโลก และปรับเปลี่ยนสัญญาร่วมกับซัพพลายเออร์รายใหม่ โดยทยอยเปลี่ยนรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันให้เป็นรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานภายในโรงงาน

 

ทั้งนี้ การทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ISO 14068-1:2023 เป็นระบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่สร้างคุณค่าและโครงสร้างการทำงานที่แข็งแกร่งให้แก่องค์กรใน 3 มิติหลัก

 

1. การจัดตั้งระบบการจัดการและคณะทำงานที่ชัดเจน (Management System)

มาตรฐานนี้กำหนดให้องค์กรต้องจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจที่มีโครงสร้างชัดเจน ตั้งแต่ตัวแทนผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงทีมปฏิบัติการหลักในแต่ละโรงงาน และทีมสนับสนุนข้อมูล (Data Owner) ส่งผลให้การบริหารจัดการข้อมูลและการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูง

 

2. การตั้งเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-Based Targets)

เอ็กโซติค ฟู้ด ได้ร่วมมือกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศในการวิเคราะห์และคำนวณเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยอ้างอิงจากข้อมูลทางธุรกิจจริงและหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายที่ตั้งขึ้นสามารถลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศได้จริง

 

3. การสร้างแผนปฏิบัติการที่ตรวจสอบได้ (Net Zero Pathway)

หัวใจสำคัญของ ISO 14068-1 คือการบังคับให้องค์กรปฏิบัติตามลำดับชั้นของการลดคาร์บอนอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การหลีกเลี่ยงแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การทดแทนด้วยพลังงานหมุนเวียน และการชดเชย โดยจะอนุญาตให้ใช้คาร์บอนเครดิตมาชดเชยเฉพาะในส่วนที่เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือทิ้งจริง ๆ ซึ่งไม่สามารถลดได้ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันแล้วเท่านั้น ทำให้มาตรฐานนี้เป็นเครื่องมือป้องกันปัญหาการ "ฟอกเขียว" (Greenwashing) ได้อย่างดี

 

การได้รับมาตรฐาน ISO 14068-1:2023 ไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจขององค์กรและพนักงาน แต่ยังพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของเอ็กโซติค ฟู้ด ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG ซึ่งจะเป็นการรากฐานสำคัญในการรักษามาตรฐานและลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแผนการขยายโรงงานและการเติบโตทางธุรกิจ ยืนยันว่าเราพร้อมเดินหน้าปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานจริง เพราะเราตระหนักดีว่าคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดส่งออกทั่วโลกให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ใส่ใจต่อโลกและตรวจสอบย้อนกลับได้ในระดับสากลนางสาว วาสนา กล่าว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ถือหุ้นประจำปี สุทธิเกียรติ   จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ   บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน)   เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563   จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย   จิราธิวัฒน์        (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี   วิเชียร   เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ   กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี          เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ   จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต   สิงหเสนี   (ซ้ายสุด)   เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน    ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1.         นรชิต     สิงหเสนี      ...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
กสิกรไทยส่งคลิปภาคต่อ สร้างความรู้สึกดีๆ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ทำให้คนไทยไม่เคยทิ้งกัน             ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยคลิปภาคต่อ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ถ่ายทอดเรื่องจริงจากเจ้าของธุรกิจในช่วงเวลาที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด -19 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่จากการ “ให้” และการ “ไม่รับ” ทำให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน ช่วยต่อธุรกิจ และต่อลมหายใจให้กับทุกคน             ภาพยนตร์โฆษณา นี้สร้างจากเรื่องจริงของลูกค้าส่วนหนึ่งจากลูกค้านับแสนรายที่ธนาคารฯ ได้พบระหว่างดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ในโครงการ “สินเชื่อ 0 % เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจทุกคน แม้ในยามยากลำบากยังมีคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต โดยได้ถ่ายทอดเรื่องจริงของเจ้าของธุรกิจ 2 บริษัทที่ต้องพาธุรกิจและพนักงานฝ่าวิกฤตโควิ...