ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

KKP ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปี 69 โต 2.5% รับอานิสงส์ ‘วัฏจักรลงทุน AI’ ชี้เศรษฐกิจแบ่งขั้ว K-Shape ชัดเจน เสนอรัฐเร่งแก้โจทย์โครงสร้างเพื่อดึงเม็ดเงินให้อยู่ในไทย


 


ชี้เศรษฐกิจแบ่งขั้ว K-Shape ชัดเจน เสนอรัฐเร่งแก้โจทย์โครงสร้างเพื่อดึงเม็ดเงินให้อยู่ในไทย


KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2026 เป็น 2.5% จากเดิม 2.1% และปี 2027 เป็น 2.7% จาก 2.2% แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังได้แรงหนุนสำคัญจาก 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่รายได้ยังแข็งแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักรปัญญาประดิษฐ์ (AI Capex Cycle) ของโลก

อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวแบบ K-Shape อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์ที่บางอุตสาหกรรมเติบโตทะยานขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังคงซบเซา

ดาวเด่น AI แบกการเติบโต ท่ามกลางการดิ้นรนของอุตสาหกรรมดั้งเดิม
การปรับเพิ่มจีดีพีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Data Storage และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งพลิกกลับมาร้อนแรงและเป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดโลก สอดคล้องกับทิศทางการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่

ในทางตรงกันข้าม อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เคยเป็นแกนหลักของประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก อุตสาหกรรมยานยนต์รับผลกระทบเชิงโครงสร้างจากรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเผชิญภาวะล้นตลาดในภูมิภาค ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกท้าทายจากสินค้านำเข้า ซึ่งตอกย้ำปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน

โจทย์ใหญ่ของไทย: ทำอย่างไรให้ประโยชน์จาก AI ตกอยู่กับระบบเศรษฐกิจในประเทศ
แม้ IMF จะจัดให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกี่ยวกับ AI รายใหญ่ของโลก แต่ KKP Research ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ภาครัฐและเอกชนต้องเร่งแก้ไข เพื่อรักษามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Value Added) ให้อยู่ในประเทศ ได้แก่:

  1. การยกระดับห่วงโซ่มูลค่า: ไทยยังอยู่ในจุดรับจ้างประกอบ (Assembly) ซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูง ทำให้การส่งออกที่ขยายตัวสถิติใหม่ ไม่สามารถชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบได้
  2. การต่อยอดเม็ดเงินลงทุน: ธุรกิจเทคโนโลยีและ Data Center ในไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้กำไรถูกส่งกลับ แตกต่างจากเกาหลีใต้หรือไต้หวันที่มีบริษัทชั้นนำในประเทศช่วยหมุนเวียนเม็ดเงินผ่านการจ้างงานและการเก็บภาษีเงินได้ในประเทศ
  3. การกำกับดูแลทรัพยากร: โครงสร้างพื้นฐาน AI ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมหาศาล รัฐควรมีนโยบายผูกสิทธิประโยชน์ (BOI) เข้ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานสะอาดและระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด

คาด กนง. คงดอกเบี้ยยาว รักษาสมดุลเศรษฐกิจเปราะบาง
ด้านนโยบายการเงิน KKP Research ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ลงเหลือ 1.8% และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงสิ้นปี 2027 เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากฝั่งต้นทุน (Cost-push) แบบชั่วคราว ในขณะที่กลไกส่งผ่านสินเชื่อยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และภาคครัวเรือนอยู่ในช่วงลดหนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเวลานี้อาจซ้ำเติมกลุ่มเศรษฐกิจที่อยู่ขาลงของ K-Shape โดยไม่ได้ส่งผลดีต่อกลุ่มรายได้สูงที่กำลังเติบโต

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไปคือ แรงกระตุ้นทางการคลังจากเม็ดเงินเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่จะเห็นผลชัดเจนในปี 2027 และการเจรจาการค้าภายใต้ข้อตกลง (ART) กับสหรัฐฯ หากไทยไม่มีความชัดเจนในมาตรการป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาดจากต่างประเทศ อาจทำให้ประเทศสูญเสียความได้เปรียบทางการแข่งขันในภูมิภาคได้ในระยะยาว

เกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เกิดขึ้นจากการร่วมกิจการระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และธุรกิจตลาดทุนที่ดำเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจฯ มุ่งนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนธุรกิจด้านตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) ตลอดจนธุรกิจจัดการกองทุน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kkpfg.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ถือหุ้นประจำปี สุทธิเกียรติ   จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ   บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน)   เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563   จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย   จิราธิวัฒน์        (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี   วิเชียร   เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ   กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี          เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ   จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต   สิงหเสนี   (ซ้ายสุด)   เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน    ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1.         นรชิต     สิงหเสนี      ...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
กสิกรไทยส่งคลิปภาคต่อ สร้างความรู้สึกดีๆ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ทำให้คนไทยไม่เคยทิ้งกัน             ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยคลิปภาคต่อ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ถ่ายทอดเรื่องจริงจากเจ้าของธุรกิจในช่วงเวลาที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด -19 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่จากการ “ให้” และการ “ไม่รับ” ทำให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน ช่วยต่อธุรกิจ และต่อลมหายใจให้กับทุกคน             ภาพยนตร์โฆษณา นี้สร้างจากเรื่องจริงของลูกค้าส่วนหนึ่งจากลูกค้านับแสนรายที่ธนาคารฯ ได้พบระหว่างดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ในโครงการ “สินเชื่อ 0 % เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจทุกคน แม้ในยามยากลำบากยังมีคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต โดยได้ถ่ายทอดเรื่องจริงของเจ้าของธุรกิจ 2 บริษัทที่ต้องพาธุรกิจและพนักงานฝ่าวิกฤตโควิ...