ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คปภ. รุกสร้างภูมิคุ้มกัน SME ลงพื้นที่สงขลา ชวนผู้ประกอบการ “รู้ความเสี่ยงก่อนเลือกประกัน” ชูประกันภัยช่วยธุรกิจ “รับมือ–ฟื้นตัว–ไปต่อ” พร้อมรู้ทันการฉ้อฉลประกันภัย

 



คปภ. รุกสร้างภูมิคุ้มกัน SME ลงพื้นที่สงขลา ชวนผู้ประกอบการ “รู้ความเสี่ยงก่อนเลือกประกัน”
ชูประกันภัยช่วยธุรกิจ “รับมือ–ฟื้นตัว–ไปต่อ” พร้อมรู้ทันการฉ้อฉลประกันภัย



เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดการเสวนาและบรรยายพิเศษ “โครงการส่งเสริมให้ความรู้ด้านการประกันภัย และการฉ้อฉลประกันภัย ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และประชาชนเชิงรุก” ณ โรงแรมบุรีศรีภู จังหวัดสงขลา โดยมีนายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารสำนักงาน คปภ. และผู้แทนหน่วยงานราชการในจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้ประกอบการ SMEs จากหลากหลายภาคธุรกิจเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการนำระบบประกันภัยมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจ พร้อมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การประกอบธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญความเสี่ยงหลายรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติ อัคคีภัย อุบัติเหตุ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ตลอดจนเหตุการณ์ที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก สำหรับผู้ประกอบการ SME ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและทรัพยากร เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรเริ่มต้นจากการ “X-ray ความเสี่ยง” ของธุรกิจตนเองว่า มีความเสี่ยงใดที่สามารถรับไว้เองได้ และความเสี่ยงใดควรถ่ายโอนไปยังระบบประกันภัย เพื่อให้สามารถวางแผนรับมือกับความเสียหายได้อย่างเหมาะสม หากเกิดเหตุขึ้น ธุรกิจยังมีหลักประกันที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบ ฟื้นตัว และกลับมาดำเนินกิจการต่อไปได้

สำหรับจังหวัดสงขลา ซึ่งมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า การบริการ และการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปตามลักษณะกิจการ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและพายุ ความเสียหายต่อทรัพย์สินและสถานประกอบการ อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน ลูกค้า หรือบุคคลภายนอก รวมถึงความเสี่ยงที่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก สำนักงาน คปภ. จึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการประเมินความเสี่ยงของธุรกิจตนเองอย่างรอบด้าน และเลือกความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยทรัพย์สิน ประกันอัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติ ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ประกันอุบัติเหตุสำหรับพนักงาน และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ความต้องการของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ “SME Package” ซึ่งรวมความคุ้มครองที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจไว้ในกรมธรรม์เดียว อาทิ ความคุ้มครองอาคารและทรัพย์สินภายในอาคาร สต๊อกสินค้า เครื่องจักร การสูญเสียรายได้จากการหยุดชะงักของธุรกิจ โจรกรรม เงินภายในสถานที่เอาประกันภัย กระจก ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยความคุ้มครองเหล่านี้สามารถช่วยลดผลกระทบทางการเงินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด และทำให้ธุรกิจมีโอกาสกลับมาดำเนินกิจการได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางประเภทยังมีการประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำ เช่น ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ การประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับอาคาร การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายอันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และการประกันภัยผู้โดยสารเรือ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยตามลักษณะความเสี่ยงของกิจการเพิ่มเติม เช่น การประกันภัยสวนยางพารา การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร การประกันภัยสำหรับกลุ่มชาวประมงเรือพื้นบ้าน รวมถึงการประกันภัยทรัพย์สิน เครื่องจักร และยานพาหนะ

“การจัดโครงการดังกล่าวไม่เพียงมุ่งให้ผู้ประกอบการ SMEs มีความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยและการป้องกันการฉ้อฉลประกันภัยมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ที่ได้รับกลับไปสำรวจและประเมินความเสี่ยง ของธุรกิจตนเอง เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม และวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อทรัพย์สิน รายได้ และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่มาจัดโครงการในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่สำนักงาน คปภ. จะได้รับฟังปัญหา ความต้องการ และความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากผู้ประกอบการในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำไปใช้ประกอบการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ตอบโจทย์บริบทของแต่ละธุรกิจและพื้นที่มากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถรับมือ ฟื้นตัว และเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ถือหุ้นประจำปี สุทธิเกียรติ   จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ   บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน)   เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563   จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย   จิราธิวัฒน์        (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี   วิเชียร   เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ   กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี          เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ   จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต   สิงหเสนี   (ซ้ายสุด)   เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน    ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1.         นรชิต     สิงหเสนี      ...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
กสิกรไทยส่งคลิปภาคต่อ สร้างความรู้สึกดีๆ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ทำให้คนไทยไม่เคยทิ้งกัน             ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยคลิปภาคต่อ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ถ่ายทอดเรื่องจริงจากเจ้าของธุรกิจในช่วงเวลาที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด -19 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่จากการ “ให้” และการ “ไม่รับ” ทำให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน ช่วยต่อธุรกิจ และต่อลมหายใจให้กับทุกคน             ภาพยนตร์โฆษณา นี้สร้างจากเรื่องจริงของลูกค้าส่วนหนึ่งจากลูกค้านับแสนรายที่ธนาคารฯ ได้พบระหว่างดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ในโครงการ “สินเชื่อ 0 % เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจทุกคน แม้ในยามยากลำบากยังมีคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต โดยได้ถ่ายทอดเรื่องจริงของเจ้าของธุรกิจ 2 บริษัทที่ต้องพาธุรกิจและพนักงานฝ่าวิกฤตโควิ...