ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 25.57 พันล้านบาท ตอกย้ำผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่อง




กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 25.57 พันล้านบาท ตอกย้ำผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่อง



กรุงเทพฯ (20 ตุลาคม 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธนาคารท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในอาเซียน   การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ตลอดจนการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ


แม้ภาวะตลาดสินเชื่อยังคงเผชิญความท้าทาย แต่สินเชื่อรวมยังขยายตัว 0.8% สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพของธนาคาร โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และอาเซียน ซึ่งขยายตัว 6.5% และ 7.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ


สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569:

  • กำไรสุทธิ ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2569 จำนวน 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% หรือจำนวน 960 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568  สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของสินเชื่อ นำโดยกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR นอกจากนั้น การบริหารต้นทุนทางการเงิน และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพที่ต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรและความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน
  • เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.8% หรือจำนวน 15,382 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพในปีนี้ของธนาคาร โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มอาเซียนซึ่งเติบโต 6.5% และ 7.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ
  • เงินรับฝาก ลดลง 1.7% หรือจำนวน 29,380 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเติบโตของเงินฝากออมทรัพย์  สอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารงบดุลและโครงสร้างเงินทุนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินฝากอย่างต่อเนื่อง
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.58% เทียบกับ 4.28% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR ตลอดจนการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและรอบคอบระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ที่มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ผ่านโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพ
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 3.7% หรือ 1,444 ล้านบาท จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งและการกระจายตัวของฐานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคาร รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่มีความท้าทาย
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 45.6% จาก 46.4% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยกรุงศรียังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.19% จาก 3.26% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 231 เบสิสพอยท์ ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 143.1%
  • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 20.46% เทียบกับ 20.69% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ กรุงศรี กรุ๊ป ส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยการเติบโตของธุรกิจในประเทศได้รับการขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมการลงทุนที่ยังคงเดินหน้าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ขณะที่สินเชื่ออาเซียนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมหลายประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานโดยรวมของกรุงศรี กรุ๊ป”


นายเคนอิจิให้ความเห็นเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจว่า “ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง การส่งออกที่ขยายตัวตามวัฏจักร ขาขึ้นของภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากอุทกภัย และกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง อาจชะลอจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ ภายใต้บริบทดังกล่าว กรุงศรีประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.1% ในปี 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการลงทุนและอุปสงค์จากต่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”


ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.94 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.71 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.62 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 339.51 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 20.46% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 16.23%


 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ถือหุ้นประจำปี สุทธิเกียรติ   จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ   บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน)   เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563   จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย   จิราธิวัฒน์        (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี   วิเชียร   เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์   จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ   กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี          เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ   จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต   สิงหเสนี   (ซ้ายสุด)   เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน    ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1.         นรชิต     สิงหเสนี      ...
ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “ Run To The World 2020 ” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิ จมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการ สร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “ Run To The World 2020 ” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็...
กสิกรไทยส่งคลิปภาคต่อ สร้างความรู้สึกดีๆ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ทำให้คนไทยไม่เคยทิ้งกัน             ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยคลิปภาคต่อ # รวมใจไม่ทิ้งกัน คุณค่าของการ "ให้" ที่ถ่ายทอดเรื่องจริงจากเจ้าของธุรกิจในช่วงเวลาที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด -19 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่จากการ “ให้” และการ “ไม่รับ” ทำให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน ช่วยต่อธุรกิจ และต่อลมหายใจให้กับทุกคน             ภาพยนตร์โฆษณา นี้สร้างจากเรื่องจริงของลูกค้าส่วนหนึ่งจากลูกค้านับแสนรายที่ธนาคารฯ ได้พบระหว่างดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ในโครงการ “สินเชื่อ 0 % เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจทุกคน แม้ในยามยากลำบากยังมีคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต โดยได้ถ่ายทอดเรื่องจริงของเจ้าของธุรกิจ 2 บริษัทที่ต้องพาธุรกิจและพนักงานฝ่าวิกฤตโควิ...